เส้นทางสู่ฝั่งฝันของ ฝน ธนสุนทร ลูกทุ่งสาวหน้าหวาน

ฝน ธนสุนทร


ฝน ธนสุนทร


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ LadyBimbettes สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ , รายการ The Idol คนบันดาลใจ

         ถ้าเอ่ยถึงนักร้องลูกทุ่งหน้าหวาน แน่นอนจะต้องมีชื่อของเธอคนนี้ ฝน ธนสุนทร เพราะเธอเป็นนักร้องลูกทุ่งหนึ่งในดวงใจของใครหลายคน ที่นอกจากหน้าตาจะหว๊าน…หวาน แล้ว เสียงร้องของเธอยังหวานยิ่งกว่า แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะประสบความสำเร็จมีแฟนเพลงอยู่ทุกหนทุกแห่งเหมือนในวันนี้ ฝน ธนสุนทร ต้องผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายมามากมายขนาดไหน รายการ The Idol คนบันดาลใจ (19 มิถุนายน) จึงจะพาไปรู้จักกับเรื่องราวของสาวหวานคนนี้กัน ..

         ฝน ธนสุนทร มีชื่อจริงว่า เตือนใจ ธนสุนทร เป็นคนจังหวัดอุดรธานีขนานแท้ ที่ฐานะทางบ้านยากจนมาก ทำให้ฝนต้องทำงานสารพัดอย่าง เพื่อหาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ เริ่มตั้งแต่เก็บตำลึงข้างรั้วและเก็บผักอื่น ๆ ไปขาย, รับจ้างซักผ้ารีดผ้า, เอาขนมไปขายที่โรงเรียน รวมทั้งปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ด้วย เรียกว่าอะไรที่เป็นเงินได้เธอเอาหมด

        สิ่งหนึ่งที่ทุกคนในบ้านรู้ดี ก็คือ ฝน ธนสุนทร ชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก สามารถฮัมเพลงไปด้วยได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ตอนอายุได้ 7 ขวบ คุณปู่ที่เป็นคนเชียร์รำวงและเป็นหมอดู ซึ่งมองเห็นแววความชอบร้องเพลงของเธอ ก็เลยจับเธอมาสอนจังหวะจะโคน ให้มีความเข้าใจในเรื่องของดนตรี ก่อนที่จะพาไปออกงานโต๊ะจีนต่าง ๆ ทำให้เธอมีโอกาสได้ขึ้นร้องเพลงบนเวทีหลายครั้ง ซึ่งเด็กหญิงฝนในขณะนั้นไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณปู่ต้องเคี่ยวเข็ญตนเองอยู่คนเดียว และไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่ากับการที่คุณปู่เป็นหมอดู ที่อาจจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ว่าหลานสาวของคุณปู่จะมีโอกาสได้เดินในเส้นทางสายนี้ มีเพียงแต่คำพูดเป็นนัย ๆ จากปู่เท่านั้น ว่าให้เชื่อปู่เถอะ ฝนมีวาสนาแน่

         การแสดงความสามารถอย่างจริงจังของ ฝน ธนสุนทร เริ่มต้นขึ้นตอนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการขออนุญาตครูออกไปร้องเพลงหน้าห้อง ฝนร้องได้ดีจนเพื่อน ๆ ปรบมือให้เสียงดังมาก และทำให้เธอรู้สึกได้ว่านั่นคือเสียงสวรรค์ เสียงปรบมือนี่แหละคือสิ่งเธอที่ต้องการ จึงเข้าใจถึงสิ่งที่ปู่พยายามปลูกฝัง และรับรู้ได้ว่าความสามารถพิเศษนั้นมีอยู่ภายในตัวเธอนั่นเอง

         เมื่อรู้ตัวว่ามีความสามารถพิเศษทางด้านการร้องเพลง ฝน ธนสุนทร ก็เริ่มออกงานต่าง ๆ เพื่อขึ้นเวทีร้องเพลง เพราะเป็นความชอบที่ทำให้เธอได้เงินมาช่วยเหลือที่บ้านด้วย เนื่องจากเงินค่าร้องเพลง 200 - 300 บาท ในเวลานั้น เป็นเงินจำนวนมากพอสมควรสำหรับเธอและครอบครัว

         ความบังเอิญมีอยู่จริง เมื่อจู่ ๆ วันหนึ่งก็มีลมแห่งความโชคดี พัดเอาหนังสือพิมพ์มากองอยู่ตรงหน้า แม้จะเป็นหนังสือพิมพ์เพียงแค่แผ่นเดียว แต่หน้ากระดาษแผ่นนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอทันที เมื่อข้อความในหนังสือพิมพ์ เป็นข้อความเชิญชวนให้เข้าประกวด มิสทีน โอเล่ เพื่อชิงทุนการศึกษา 50,000 บาท ฝน ธนสุนทร จึงตัดสินใจสมัครเข้าประกวดทันที และเมื่อถึงวันที่มีจดหมายตอบกลับมาถึงเธอ ฝน ธนสุนทร และทุกคนในบ้านต่างก็ดีใจมาก


ฝน ธนสุนทร


         ฝน ธนสุนทร จัดแจงเก็บกระเป๋าเข้ากรุงเทพฯ ทันที แต่เมื่อถึงกรุงเทพฯ และได้พบกับผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ อีกนับร้อยคน ฝนจึงเกิดอาการหวั่น ๆ อยู่ในใจ เพราะในขณะนั้นเธอก็เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงเชย ๆ ธรรมดาคนหนึ่ง โชคดีของเธอก็คือเมื่อเห็นคู่แข่งแล้ว ทำให้ฝนไม่ตั้งความหวังกับการประกวดในครั้งนี้เลย เธอจึงไม่เกร็งและสามารถตอบคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเมื่อทางการประกวดให้เธอลองร้องเพลงให้ฟัง เธอบอกคณะกรรมการว่าเขินมาก ๆ ขอร้องเพลงแค่ท่อนเดียว แล้วก็เลือกเพลงแม่นาคพระโขนง มาร้อง โดยที่ฝนบอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกเพลงนี้ได้ แต่ร้องไปร้องมาชักเพลิน ฝนร้องจนจบเพลงซะอย่างนั้น! ขณะที่คณะกรรมการได้แต่นั่งขำ แล้วถามว่า "นี่อายแล้วเหรอ?"

         เมื่อไม่มั่นใจว่าจะเข้ารอบ ฝน ธนสุนทร จึงตรงดิ่งไปรอรถกลับบ้านที่สถานีขนส่งทันที แต่ระหว่างรอรถก็ลังเลอยากรู้ว่าตัวเองจะได้เข้ารอบไหม ฝนจึงตัดสินใจโทรไปถามผล ซึ่งในเวลานั้นเป็นเวลาที่ทีมงานการประกวดกลับบ้านกันไปหมดแล้ว แต่โชคดีของฝนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีทีมงานคนหนึ่งลืมของและกลับเข้ามาในออฟฟิศ จนได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเธอ และรับสายที่กำลังดังอยู่นั้น พร้อมทั้งบอกข่าวดีกับเธอว่า เธอเข้ารอบต่อไป!

         พิธีกรในรอบต่อไปคือ คุณปัญญา นิรันดร์กุล พิธีกรชื่อดังที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ซึ่งเขาได้ถามคำถามกับเธอว่า "ถ้าหากมีเวทมนตร์ ฝนอยากจะเสกอะไรบ้าง?" ฝนตอบในทันทีว่า "จะเสกให้คนที่กินบ้านกินเมืองง่อยเปลี้ยเสียขาให้หมด และจะเสกให้คนพิการที่ตั้งใจทำมาหากินกลับมาเป็นปกติ" คณะกรรมการและกองเชียร์ถึงกับปรบมือกันเกรียวกราว เพราะถูกใจในคำตอบของเธอ จนทำให้เธอมีโอกาสได้เข้ารอบต่อไป

         แล้ววันหนึ่ง ฝน ธนสุนทร กลับต้องถูกครูที่โรงเรียนเรียกพบเพราะทำผิดกฎโรงเรียน ที่ห้ามไม่ให้เข้าประกวดนางงามใด ๆ ทั้งสิ้น ฝนพยายามอธิบายให้ครูฟังว่าเธอเข้าประกวดเพราะยากจนจริง ๆ แต่ครูก็ยังลังเลที่จะเชื่อ เมื่อครูไม่เชื่อ ฝนจึงนัดแนะและพาครูไปดูที่บ้านว่า เพื่อให้ครูเห็นว่าครอบครัวของเธอยากจนขนาดไหน เมื่อคุณครูไปเห็นกับตาก็เข้าใจและเห็นใจ จนตอนหลังครูถึงขนาดซื้อโอเล่แจกเพื่อนนักเรียนให้ส่งไปรษณีย์ไปร่วมโหวตให้ กับเธอเลยทีเดียว ทำให้ฝนได้คะแนนจากเพื่อนร่วมโรงเรียนเยอะมากและได้ตำแหน่งมาครอง

         ในที่สุดก่อนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็มีค่ายเพลงติดต่อมาให้ ฝน ธนสุนทร เซ็นสัญญาเป็นนักร้อง แต่ทางค่ายเห็นว่าหน้าตาของเธอเหมาะกับการร้องเพลงไทยสากลมากกว่า อัลบั้มแรกของฝนจึงเป็นอัลบั้มเพลงไทยสากล ที่ทำให้ฝนทุกข์ใจมาก เพราะผลตอบรับไม่ดีอย่างที่คิด จึงไม่มีงานจ้างให้เธอไปร้องเพลงเลย แม้จะได้เงินเดือนจากบริษัทก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะส่งเงินกลับไปช่วยเหลือ ที่บ้าน และไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร

         เมื่อเงินทองไม่พอส่งให้ที่บ้าน คุณพ่อของฝนจึงออกเก็บขยะขาย ซึ่งทำให้เธอเสียใจมากที่ทำให้พ่อแม่ลำบาก ฝนได้แต่นอนร้องไห้และส่งจดหมายกลับไปปลอบใจครอบครัวว่าให้อดทนหน่อยนะ "เราว่ายน้ำมาอยู่ตรงกลางแล้ว ถ้าเราจะว่ายกลับหรือว่ายต่อ ระยะทางก็เท่ากัน เพราะฉะนั้นว่ายต่อไปดีกว่าไหม" คือคำพูดของ ฝน ธนสุนทร ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและตัดสินใจเดินหน้าต่อไปทั้ง ๆ ที่ยังมองไม่เห็นฝั่ง





ฝน ธนสุนทร


         หลังจากที่อดทนกับความลำบากอยู่พักใหญ่ ฝน ธนสุนทร ตัดสินใจเปลี่ยนแนวการแสดงบนเวที ด้วยการร้องเพลงของตัวเองสลับกับเพลงของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นแนวถนัดของเธอ จนโปรดิวเซอร์ที่ดูแลเพลงลูกทุ่งอยู่ในสังกัดเดียวกับเธอได้ยินเข้า และชวนเธอเปลี่ยนแนวมาร้องเพลงลูกทุ่ง โดยได้ออกอัลบั้มแรกคือ ฮักอ้ายโจงโปง ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนเปลี่ยนชีวิตของเธอไปเลย ซึ่งขณะนั้นก็มีกระแสแอนตี้ว่าเธอเป็นลูกทุ่งกลายพันธุ์ ที่ไม่ใช่ลูกทุ่งแท้ ๆ ฝน ธนสุนทร บอกว่า เธอก็เข้าใจความรู้สึกนั้น แต่ก็อยากให้มองว่าเป็นเพียงวิวัฒนาการของเพลงลูกทุ่งมากกว่า

         สุดท้าย ฝน ธนสุนทร หยอดคำหวานถึงคนดูและแฟนเพลงลูกทุ่งของเธอว่า อยากให้ทุกคนที่มาดูเธอร้องเพลง มาดูตัวตนของเธอที่เป็นคนสนุกสนานร่าเริง เพราะเธออยากจะเป็นคนที่เข้าไปนั่งในหัวใจของทุกคน และอยากให้ทุกคนเก็บเอาเธอไปฝันถึง

         ช่างเป็นนักร้องลูกทุ่งที่หวานทั้งตัว ทั้งหัวใจ และหวานทั้งเสียงร้องเลยล่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจดี ๆ เชื่อว่า ฝน ธนสุนทร นักร้องลูกทุ่งสาวที่ฝ่าฟันอุปสรรคของความยากลำบากมาจนประสบความสำเร็จอย่าง ทุกวันนี้ คงจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจดี ๆ ที่เป็นตัวอย่างของความไม่ท้อถอย และช่วยเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนได้ก้าวไปถึงฝั่งฝันเหมือนกันกับเธอ ..





เส้นทางสู่ฝั่งฝันของ ฝน ธนสุนทร ลูกทุ่งสาวหน้าหวาน ใน รายการ The Idol คนบันดาลใจ






คิดอย่างไรกับเรื่อง: เส้นทางสู่ฝั่งฝันของ ฝน ธนสุนทร ลูกทุ่งสาวหน้าหวาน ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เส้นทางสู่ฝั่งฝันของ ฝน ธนสุนทร ลูกทุ่งสาวหน้าหวาน โพสต์เมื่อ 20 มิถุนายน 2555 เวลา 14:26:49 85 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP