เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
นฤชา เพ่งผล พ่อคนที่ 2 เผย เอ๋ พัชรา แวงวรรณ เครียด รับเคยให้คำปรึกษา งงเงิน 10 ล้าน ของเอ๋ที่ได้จากการร้องเพลงหายไปไหน ด้านเจ้าของค่ายช่วยเหลือค่าขนย้ายศพเต็มที่ ขณะที่กงสุลไทยประจำสหรัฐฯ เผยตำรวจบอกว่าไม่ใช่การฆาตกรรม
จากกรณีที่ นางสาวพัชรา แวงวรรณ หรือ เอ๋ อดีตนักร้องสาวชื่อดัง วงโอเวชั่น เสียชีวิตด้วยการแขวนคอฆ่าตัวตายที่โรงรถในบ้านเช่า รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตกใจของบรรดาญาติพี่น้องทั้งหลาย โดยทั้งหมดไม่ปักใจเชื่อว่า พัชรา แวงวรรณ นั้น ฆ่าตัวตาย โดยได้ประสานไปยังกงสุลใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อชันสูตรศพอีกครั้ง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวานนี้ (14 ตุลาคม) นายบรรณา วังวิวัฒน์ กงสุลประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยความคืบหน้าการเสียชีวิตของ พัชรา แวงวรรณ ว่า ผลการชันสูตรศพยังไม่สามารถระบุในรายละเอียดได้ เพราะยังต้องรอผลการตรวจสอบของตำรวจสหรัฐฯ แต่สามารถรับศพได้ในช่วงบ่ายวันจันทร์ และจากการที่ตนสอบสวนคนไทยที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบว่า พัชรา แวงวรรณ อาศัยอยู่ที่นั่น แม้รัฐนี้จะมีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมากก็ตาม
ขณะที่ นายนฤชา เพ่งผล นักจัดรายการจิ๊กโก๋ยามบ่าย ซึ่งเป็นผู้ที่ผลักดันให้ พัชรา แวงวรรณ เข้าวงการ และนักร้องสาวก็ยกให้เขาเป็นพ่อคนที่สอง ได้กล่าวถึงการเตรียมงานศพของพัชรา ว่า ตอนนี้ตนติดต่อไปยังวัดสายไหม จ.ปทุมธานีแล้ว เพื่อเตรียมงานศพให้กับ เอ๋ พัชรา ส่วนความรู้สึกตอนแรกที่ตนทราบข่าวว่าเขาเสียชีวิตนั้น ตนตกใจมาก เพราะส่วนมากเวลาเขามีปัญหา เขาก็จะโทรมาปรึกษาตนเป็นประจำ และล่าสุดที่เจอกันนั้น เขาโทรมาขอยืมเงินตน 2 พันบาท เพื่อจ่ายค่าไฟ โดยบอกว่าบ้านเอ๋กำลังจะโดนตัดไฟ ตนก็ให้เขา และก็ไม่ได้พบกันอีกเลย จนกระทั่งทราบว่าเขาเสียชีวิต
นายนฤชา กล่าวต่อว่า พอตนทราบข่าวก็โทรไปเช็คที่แม่ของเอ๋อีกทีหนึ่งว่าจริงหรือไม่ ซึ่งพอแม่เอ๋ยืนยันมา ตนก็ค่อนข้างใจหาย ส่วนคุณแม่ก็บอกว่าเงินไปรับศพเอ๋ยังไม่มีเลย เพราะหากรับเป็นกระดูกก็ใช้เงินประมาณ 1 แสนบาท แต่หากรับเป็นร่างก็จะใช้เงินประมาณ 2-3 แสนบาท โดย คุณวิเชียร อัศว์ศิวะกุล เจ้าของค่ายนิธิทัศน์ฯ บอกว่ายังไงก็ต้องนำศพเอ๋มาเป็นร่าง เพื่อให้แฟนเพลงได้ร่วมกันไว้อาลัย ซึ่งทางค่ายก็จะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย และในวันที่ 15 ตุลาคม พี่ชายของเอ๋ก็จะนำหลักฐานไปขอรับศพของเอ๋ พัชรา ให้เดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็ว
นักจัดรายการจิ๊กโก๋ยามบ่าย กล่าวต่อไปว่า จากการจากไปของเอ๋ ตนก็รู้สึกคาใจเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาเป็นคนร่าเริง แต่จริง ๆ แล้วเขามีเรื่องเครียด และมีปรึกษาตนตลอด ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะฆ่าตัวตายเองก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังสงสัยว่า เอ๋นั้นได้เงินมากมายจากการร้องเพลง เรียกได้ว่า มีเป็นสิบ ๆ ล้านเลยทีเดียว ตนจึงไม่เข้าใจว่าเงินหายไปไหน แล้วทำไมต้องมายืมเงินตน 2 พันไปจ่ายค่าไฟ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาน่าจะสุขสบาย ไม่น่าจะต้องมาลำบากขนาดนี้
ส่วนทางด้าน นายวิเชียร อัศว์ศิวะกุล เจ้าของค่ายนิธิทัศน์ฯ ได้กล่าวเสริมว่า กรณีข่าวที่บอกว่า เอ๋มีสามีเป็นตำรวจอยู่ที่สหรัฐฯ นั้น ตนคิดว่าเป็นการแต่งงานเพื่อให้ได้กรีนการ์ดมากกว่า และพี่ชายของเอ๋ก็บอกด้วยว่า ทั้งคู่เลิกกันไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนค่อนข้างเยอะ เลยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลายกระแส ส่วนศพของเอ๋นั้น คนที่พบศพบอกว่าตายอยู่ในสภาพผูกคอตายที่โรงรถอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ก็ยังติดใจว่าเป็นการผูกคอด้วยตัวเอง หรือเป็นการฆาตกรรม ซึ่งต้องรอให้ผลชันสูตรที่สหรัฐฯ ออกมาก่อน และเมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปักใจเชื่อหรือไม่ว่า เอ๋ พัชรา ฆ่าตัวตาย นายวิเชียร กล่าวว่า ไม่มีเหตุจูงใจที่เอ๋จะฆ่าตัวตาย เนื่องจากอยู่ที่นั่นเอ๋ก็มีรายได้แถมยังส่งเสียให้ที่บ้านด้วย อีกอย่างเอ๋เป็นคนรักคุณแม่และหลานมาก ถ้าตายไปแล้วก็จะไม่มีคนดูแลแม่ ซึ่งตนไม่คิดว่าเขาจะฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ล่าสุด เอ๋ก็ได้ติดต่อมาทางค่ายให้ช่วยส่งแบ็คกิ้งแทร็กเพลงของเธอ เพื่อเธอจะนำไปร้องที่สหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน นายบรรณา วังวิวัฒน์ กงสุลฝ่ายคุ้มครองดูแลคนไทย ประจำลอสแอนเจลิส เปิดเผยว่า ขณะนี้ศพของเอ๋ พัชรา อยู่ที่สถาบันนิติเวช และกำลังรอรับเอกสารมอบอำนาจจากทางญาติที่จะส่งมาจากประเทศไทย ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อขอให้ตำรวจชันสูตร ซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์อย่างน้อย 45 วัน แต่ทั้งนี้ เท่าที่ได้พูดคุยในเบื้องต้นกับทางตำรวจสหรัฐฯ พวกเขาบอกว่า การเสียชีวิตของเอ๋ พัชราไม่ใช่การฆาตกรรมแต่อย่างใด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






