
BTS Live Trilogy

BTS ร้อนระอุ รัวกระสุนความมันส์สนั่นธันเดอร์โดม (รีจิสตาร์)
เรียกได้ว่าร้อนระอุทุกวินาทีจริง ๆ สำหรับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่สองในเมืองไทยของ 7 หนุ่มหล่อ บอยแบนด์ชื่อดัง BTS (Bangtan Boys) หรือ บังทันโซนยอนดัน กับชื่อเท่ ๆ ว่า 015 BTS LIVE TRILOGY : EPISODE II. THE RED BULLET ~SECOND HALF~ IN THAILAND (2015 บีทีเอส ทริลโลจี เอพพิโซด ทู : เดอะ เรด บูลเลท ~เซคเคินด์ ฮาร์ฟ~ อิน ไทยแลนด์) ซึ่งได้ผู้จัดไฟแรงอย่าง RegiStar (รีจิสตาร์) ช่วยสานฝันให้เหล่าอาร์มี่ไทยได้พบกับหนุ่ม ๆ อีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี โดยครั้งนี้บัตรก็ sold out ขายหมดเกลี้ยงก่อนคอนเสิร์ตเริ่มกันอีกแล้ว นับว่าหนุ่ม ๆ เขาไม่ธรรมดาจริง ๆ
เมื่อถึงเวลาการแสดงเริ่มขึ้น มีการเปิดตัวด้วย VTR ภาพของหนุ่ม ๆ BTS ครั้งที่เคยมาเยือนเมืองไทยบนจอแอลอีดี เหล่าอาร์มี่ไทยก็กรีดร้องต้อนรับทั้ง 7 หนุ่มกันสนั่นลั่นไปทั้งโดม ก่อนพาเข้าสู่เรื่องราวของ THE RED BULLET ที่มีนักเรียนหนุ่มสุดห้าวทั้งเจ็ดในชื่อ BTS เป็นตัวเดินเรื่อง กำลังติดตามความไม่ลงรอยของนักเรียนขาโจ๋กับครูขาโหดได้ไม่นาน หนุ่ม ๆ BTS ก็เดินเรียงแถวหน้ากระดานทะลุออกจากจอ มายืนหล่ออยู่บนเวที แล้วสตาร์ทความมันสุดขั้วกับกระสุนลูก N.O เพลงจังหวะหนักแน่นที่มาพร้อมท่าเต้นแข็งแกร่ง ช่วยเร่งอุณหภูมิความร้อนแรงของเหล่าอาร์มี่ให้พุ่งทะยานตามเสน่ห์เหลือล้นของ แร็พมอนสเตอร์, จิน, ชูก้า, เจโฮป, วี, จีมิน และจองกุก ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน หรือเต้นท่าอะไรก็ได้รับเสียงกรี๊ดแบบเซอร์ราวด์รอบทิศทาง ก่อนเพิ่มดีกรีความร้อนระอุขึ้นอีกระดับกับเพลง We Are Bulletproof pt. 2 ที่มีทีเด็ดอยู่ตรงช่วงโชว์สเต็ปแดนซ์ท่ายาก กับท่อนฮุคสนุก ๆ ที่ร้องตามกันได้ทุกคน แล้วจบอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ไฟระลอกแรก


คราวนี้ แร็พมอนสเตอร์ จึงนำทีมสมาชิกในวงออกมาทักทายแฟนคลับด้านหน้าเวทีอย่างเป็นทางการด้วยคำถามแรก เป็นไงบ้าง แบงคอก? แล้วตามด้วยคำทักทายภาษาไทย "สวัสดีครับ วีอาร์ บีทีเอส ครับ" จากนั้นก็แนะนำตัวกันทีละคน เริ่มจาก เจโฮป "สวัสดีครับ ผมชื่อ เจโฮป ครับ", จีมิน คนนี้พิเศษมากเพราะพยายามพูดภาษาไทยอยู่พักใหญ่ แต่ยังไงก็ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่หนุ่มหล่ออยากจะพูด เลยต้องข้ามไปให้คนอื่นพูดบ้าง, จองกุก "สวัสดีครับ ผม จองกุก ครับ", จิน "สวัสดีครับ ผมชื่อว่า จิน ครับ", ชูก้า สวัสดีครับ ผม ชูก้า ครับ", วีสวัสดีครับ ผม วี ครับ ร้อนตับแลบ" แนะนำตัวกันเสร็จ แร็พมอนสเตอร์ก็ชวนไปมันกันต่อ "หวังว่าทุกคนจะสนุกกับช่วงชีวิตที่สวยงามของพวกเราในวันนี้ พร้อมยัง? ไปต่อกันเลย!"
ว่าแล้วเพลง We on ก็กระหึ่มขึ้นด้วยเมโลดี้ใส ๆ โยกทีเข้าถึงจิตใจของฮิปฮอปสไตล์ แถมหนุ่ม ๆ ยังเดินไปทักทาย เซอร์วิสแฟนกันแบบใกล้ชิด แล้วไปปลุกวิญญาณความฮิปกันให้สุดขั้วกับเพลง Hiphop Lover งานนี้ได้โดดกันทั้งโดม บวกกันแสงสีขาวจากแท่งไฟและสปอร์ตไลท์ที่เร้าใจให้ยิ่งไหลไปตามความสนุกสนาน จบเพลงปุ๊บ เจโฮป ก็รีบถาม วี ด้วยความสงสัย "คำว่า โซฮอต ภาษาไทยนี่ว่าไงนะ?" ไม่พูดเปล่าหนุ่ม ๆ พากันถอดเสื้อแขนยาวออกกันเป็นแถว เพราะอุณหภูมิตอนนี้ร้อนแรงเกินบรรยาย ว่าแล้วน้องเล็ก จองกุก ก็ชวนเปลี่ยนอารมณ์ไปซึ้งกันบ้างใน Let me know เพลงอกหักจังหวะเศร้าพอเขย่าขาไมค์ได้อย่างเท่ ๆ แล้วดึงความรู้สึกคนฟังด้วยพลังเสียงสูงปรี๊ดกรีดหัวใจของ จีมิน


ตามติดมาด้วยเพลง Rain ที่เนรมิตให้ธันเดอร์โดมกลายเป็นเมืองแห่งสายฝน ทั้ง ๆ ที่เพลงออกจะเศร้า แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าผู้ชายที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีช่างเซ็กซี่เหลือเกิน อารมณ์อ่อนไหวของผู้ชายโรแมนติกทั้งเจ็ดจบไป จิน จึงถามทุกคนว่า "ชอบมั้ยครับเพลง Let me know กับ Rain?" แล้วไปต่อกับเพลง embarrassed ที่มั่นใจว่าน่าร้ากกกที่สุดในคอนเสิร์ตวันนี้แล้ว น่ารักอย่างเดียวไม่ว่า แต่นี่เล่นเตะผ้าห่มโผล่มาทำหน้าอ้อนกลางเตียงบนเวทีแบบนี้ สาว ๆ ด้านล่างจะอดใจไม่ให้รักยังไงไหว แถมเนื้อเพลงก็ชมว่า คุณสวย สวยจริง ๆ แทบทั้งเพลง จึงไม่แปลกหากสาว ๆ หลายคนจะร้องตามไป เขินจนหน้าแดงไป ทว่ามีคนหนึ่งที่ไม่เขินแต่เคลิ้มตามเพลงแทน เพราะเล่นกระโดดจุ๊บเพื่อน ๆ ไปทั่ว เขาคนนั้นไม่ใช่ใคร แต่เป็น เจโฮป จอมทะเล้นประจำวงนั่นเอง ไหน ๆ ก็ยกเตียงขึ้นมาละ หนุ่ม ๆ เลยขอใช้เป็นพร้อพอ้อนแฟน ๆ ต่อใน Only One Day เพลงที่ถ้าสาวไหนโดนหนุ่ม ๆ อ้อนขอความรักเป็นต้องปฏิเสธไม่ลง มิหนำซ้ำหนุ่มจินสุดหล่อยังเดินออกมาขอความรักจากทุกคนด้วยดอกกุหลาบสีแดงกลางเวทีอีกต่างหาก แต่ตอนจบกลับโดน เจโฮป ที่ประกาศขอความรักจาก วี แย่งซีนไปซะอย่างนั้น
ปรับจังหวะให้สนุกขึ้นอีกหน่อยด้วย Look Here เพลงสนุก ๆ ที่ เจโฮป ได้โชว์ท่าเต้นตลก ๆ อย่างเต็มที่ จากนั้นมาเปลี่ยนทั้งโดมให้เป็นสีชมพูสุดมุ้งมิ้งไปกับเพลง Propose ที่ผู้ชายทั้งเจ็ดอยากสารภาพรัก แต่แล้วอารมณ์ก็พลิกอีกครั้ง เมื่อดนตรีเพลงดังฝั่งไทยอย่าง คุณและคุณเท่านั้น ของแกงส้ม ธนทัต ดังขึ้น ได้ยินตอนแรกนึกว่าคนไทยร้อง เพราะร้องชัดมากนับเป็นเพลงที่หนุ่ม ๆ บังทันเขาตั้งใจเตรียมมาให้จริง ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่อาร์มี่ไทยร้องตามกันกระหึ่มพร้อมด้วยเสียงกรี๊ดปลื้มกันไป จากนั้นหนุ่ม ๆ ขอแอบไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับมากับเพลงจังหวะคึกคัก No More Dream ได้กระโดดกันไปแล้วก็ขอลดระดับความร้อนแรงลงนิดนึงด้วยเพลง Tomorrow แต่ความเซ็กซี่นี่ทะลุองศาเดือดมาก ๆ เพราะไม่ว่าจะเยื้องย่างด้วยท่าไหน สาว ๆ ก็กรี๊ดกันถล่มทลาย เป็นไงบ้าง แบงคอก? หนุ่ม ๆ ร้องถาม ก่อนชวนไปซ้อมเพลงถัดไป Miss Right ซึ่งอาร์มี่ไทยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ร้องกันชัดถ้อยชัดคำ จน แร็พมอนสเตอร์ ต้องออกปากชวนเป็นภาษาไทยว่า ร้องเพลงด้วยกัน

ผ่านบรรยากาศความน่ารักไปหมาด ๆ BTS ก็ยังไม่หนำใจ พาไปมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกันต่อกับเพลง I Like It ที่มีท่าเต้นเท่ ๆ เต็มไปหมด ก่อน อาร์มี่ ทั้งโดมจะยกแผ่นโปรเจ็คท์ขึ้นกดไลค์ให้ โดยมีข้อความว่า บังทัน เราชอบพวกนาย (방탄들아 좋아해요) แฟนคลับตั้งใจทำให้ขนาดนี้ มีหรือหนุ่ม ๆ จะไม่ซึ้ง แต่แล้วอุณหภูมิความสนุกก็พุ่งปรี๊ดขึ้นอีกครั้งพร้อมเพลง If I Ruled The World ทุกคนช่วยกันร้องท่อนเด่น Everybody say Hey~Ho~ อย่างคึกคัก แถมหนุ่ม ๆ ก็หยอกล้อกันกลางเวทีได้อย่างน่าเอ็นดู จากนั้นความมันส์ก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสามหนุ่มจอมแร็พ แร็พมอนสเตอร์, เจโฮป และชูก้า ขอโชว์พิเศษในเพลง Killer ที่ทำให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังผ่านการกระโดดอย่างเต็มที่ พอกระโดดกันเสร็จ แร็พมอนสเตอร์ก็ถามแฟน ๆ ด้วยความห่วงใย เหนื่อยมั้ยทุกคน? ก่อนเพลง War of Hormone จะดังขึ้นพร้อมสมาชิก 4 คนที่กลับมาบนเวทีอีกรอบ ความสนุกยิ่งไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามจังหวะสุดคึกคัก แล้วอัดความมันให้เกินพิกัดกันต่อกับเพลง Danger ที่อาร์มี่ไทยช่วยกันอังกอร์เชียร์หนุ่ม ๆ ได้อย่างหนักแน่น
"คืนนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง? ดีใจที่ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง" หนุ่ม ๆ เริ่มบอกความรู้สึกประทับใจแล้วชวนไปแดนซ์กันต่อใน I Need You เพลงดังอันดับ 1 ที่หนุ่ม ๆ แสนภูมิใจ แต่แล้ว BTS ก็ได้ประทับใจอีกครั้งเมื่อที่นั่งในส่วนสแตนด์ถูกแปรอักษรเป็นตัวหนังสือภาษาเกาหลี 방탄 ด้วยแท่งไฟสีขาวสลับชมพูซึ่งเป็นชื่อวงของพวกเขาเอง ในส่วนของที่นั่งและผู้ชมที่ยืนด้านล่างก็ยกแผ่นโปรเจคท์ละลานตาไปด้วยข้อความ 존재해 감사해 사랑해 (รักนะ ขอบคุณ ที่ยังอยู่) ก่อนจะปิดท้ายกับเพลงมัน ๆ Boy in Luv ตามด้วยพลุกระดาษกระจายไปทั่วนับเป็นการปิดงานสุดยิ่งใหญ่ แล้วไฟบนเวทีก็ดับลง


แฟน ๆ เริ่มร้องเรียกขออังกอร์ตามธรรมเนียม และไม่นานนัก BTS ก็กลับมาอีกครั้งในชุดสบาย ๆ กับเพลง Road ที่บอกเล่าเรื่องราว ความหลัง ความหวัง และความฝันบนถนนสายนี้ "สนุกมั้ยครับ?" แร็พมอนสเตอร์ ร้องถามเป็นภาษาไทย แล้วหนุ่ม ๆ ก็เผยความในใจกันทีละคน จิน "ผมคงทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีพวกคุณ ขอบคุณครับ", ชูก้า "ขอบคุณครับ ผมไม่มีวันลืมแบงคอก อาร์มี่ไทยอยู่กับ BTS ตลอดไปนะ ขอบคุณครับ", วี ขอบอกเป็นภาษาไทยล้วน ๆ "ยิ้มเยอะ ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ฟินครับ ผมรักคุณ", จองกุก น้องเล็กขอบอกรักหลายภาษา "ไอเลิฟยู ไทยอาร์มี่ ไอเลิฟยู ไอเลิฟผัดไท อร่อย ผมรักคุณ" จีมิน ยังคงพยายามพูดภาษาไทยที่ตัวเองท่องมา แต่คงท่องผิดไปนิดเลยไม่มีใครฟังรู้เรื่อง สุดท้ายก็ต้องยอมพูดเป็นภาษาอื่นแทน "ขอบคุณอาร์มี่ไทยทุกคน ผมรักคุณ" เจโฮป คนนี้ไม่เคยทิ้งลายความทะเล้น "แบงคอก ขอบคุณครับ ซารังแฮโย แบ๊งคอก ๆ ๆ ๆ" แร๊พมอนสเตอร์ "ผมอยากขอบคุณสต๊าฟทุก ๆ คนด้วยนะครับ และแบงคอกเป็นเมืองเดียวที่พวกเราได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตเป็นครั้งที่สอง" สิ้นประโยคนี้เสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม แล้วหนุ่ม ๆ ก็สอนให้แฟนคลับบอกรักเป็นภาษาเกาหลี ซารังแฮโย และทันทีที่ทุกคนในโดมพูดพร้อมกัน หนุ่ม ๆ ก็ตอบกลับมาว่า นาโด ซารังแฮ (ผมก็รักคุณครับ) กลายเป็นโมเม้นท์ที่ทุกคนคงจะจดจำไว้ตลอดไป
หลังจากนั้นก็ต่อด้วย Dope เพลงสุดมันที่มาพร้อมท่อนฮุคติดหู จ๊อลลอ และท่าเต้นยึกยักที่ใคร ๆ ก็ต้องขยับตาม กระหึ่มขึ้นพร้อมความสนุกถึงขีดสุด แล้วค่อยตามมาด้วยสองเพลงสุดท้ายจริง ๆ อย่าง Boyz with Fun กับ Attack on Bangtan ช่วงเวลาไม่กี่นาทีสุดท้ายทั้งเจ็ดหนุ่มแจกจ่ายเซอร์วิสแฟนแบบไม่อั้น พยายามเดินไปทักทายกับแฟน ๆ แบบใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงขนาดที่ว่าไฟดับแล้ว หนุ่มวี ยังไม่ยอมลงจากเวที ขอเต้นโชว์สเต็ปเทพจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย และก่อนจากกันยังไม่วายมีวีทีอาร์ทิ้งทายไว้ว่า รอติดตาม EPISODE III เร็ว ๆ นี้ แบบนี้อาร์มี่ไทยคงต้องเก็บเงินเตรียมรอคอนเสิร์ตครั้งต่อไปกันไว้ได้เลย ซึ่งหลังจบงานก็มีแฟนคลับผู้โชคดีได้สิทธิ์ไฮไฟว์กับโฟโต้กรุ๊ปกันด้วย เรียกว่างานนี้ RegiStar ผู้จัดเขาจัดเต็มให้อาร์มี่ไทยได้ฟินเวอร์ตามสัญญากันแล้วนะ

ข้อมูลจาก






